ลงทุนครั้งเดียว เก็บได้เป็น 10 ปี “ข่าตาแดง” ปลูกง่าย ปลอดสารพิษ

  • Admin Saxman
  • March 23, 2019
  • Comments Off on ลงทุนครั้งเดียว เก็บได้เป็น 10 ปี “ข่าตาแดง” ปลูกง่าย ปลอดสารพิษ

หลายๆคนคงรู้จัก ข่าตาแดง พืชเศรษฐกิจที่กำลังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ข่า เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า “เหง้า” อยู่ในวงศ์ขิง เป็นไม้ล้มลุก เป็นพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งวันนี้เราได้นำ วิธีปลูก ข่าตาแดง ปลูกง่าย ปลอดสารพิษ มาฝากทุกคนไปดูกันเลยค่ะ

ข่าตาแดง เป็นข่าที่มีสีสวย เนื้อแน่นแห้งสนิท ไม่มีเสี้ยน เหมาะสำหรับนำไปบดเป็นข่าผงเพื่อจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างดี ที่สำคัญ ข่าตาแดงนี้ ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ยาวนานต่อเนื่อง 10 ปี ถือเป็นข่าพื้นบ้านที่ปลูกง่าย แตกหน่อดี ให้ผลผลิตตลอดทั้งปีต่อเนื่อง อีกทั้งราคารับซื้อก็สูงและปรับขึ้นเรื่อยๆ สามารถสร้างรายได้ที่น่าพอใจให้กับเกษตรกรได้ดี ซึ่งข่าตาแดงถือเป็นข่าปลอดสารพิษ มีวิธีการปลูกและดูแล ดังนี้

1.การเตรียมดิน

ข่าตาแดง เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย ชอบดินชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง หากพื้นที่ใดน้ำขังก็ต้องทำพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน จากนั้นไถดะแล้วไถแปร ไถเปิดหน้าดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร โรยปุ๋ยขี้ไก่แกลบลงไปไร่ละ 1,000 กิโลกรัม แล้วไถกลบ เตรียมตากดินไว้ 7 วัน คลุมหน้าดินด้วยฟางข้าว 100 ก้อน/ไร่ เพื่อเป็นการป้องกันหญ้าไม่ให้เกิดขึ้น

2.การเตรียมต้นพันธุ์ข่าตาแดง

ใช้ต้นพันธุ์อายุ 1.6 ปีเท่านั้น เพราะทดลองแล้วว่าอายุข่าตาแดง ขนาดนี้เหมาะในการนำมาปลูก แตกแขนงดี แข็งแรง และมีตามาก นำมาแยกแง่ง ตัดใบ ตัดราก ออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาด แล้วนำต้นพันธุ์ที่เตรียมแล้ว ไปแช่น้ำยาเร่งรากและน้ำยากันเชื้อรา ประมาณ 20 นาที ถ้าเหง้าไหนใหญ่เกินไปก็ตัดแบ่งออก บริเวณรอยแผลที่ตัดให้ทาด้วยปูนกินหมากตรงแผลจะช่วยป้องกันเชื้อราได้ จากนั้นนำไปเพาะชำในแกลบดำ หรือ ขุยมะพร้าว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม รอรากงอกประมาณ 10-15 วัน หากท่านใดไม่อยากรอก็สามารถนำเหง้าข่าที่แช่น้ำยาแล้ว ลงปักดำปลูกได้ทันที

3.การปลูกข่า

มีด้วยกัน 3 แบบ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่ต่างกัน แต่การลงทุนก็มีความแตกต่างเช่นกันดังนี้

แบบที่ 1 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 1 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80×60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 1,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 15,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 1,500×30 บาท เท่ากับ 45,000 บาท

แบบที่ 2 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,000 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 2 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80×60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 3,000 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 30,000 บาท เมื่อขายข่า จะมีรายได้เท่ากับ 30,000×30 บาท เท่ากับ 90,000 บาท

แบบที่ 3 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 3 ต้น ได้ 1,500 กอ ระยะห่างในการปลูก 100×100 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 4,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 45,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 4,500 x 30 บาท เท่ากับ 135,000 บาท

    การลงทุนพันธุ์ข่า เป็นการลงทุนครั้งเดียว สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวครั้งแรกเมื่อข่าอายุครบ 8 เดือน จากนั้นนับต่อเนื่องอีกทุก 4-6 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข่าได้ต่อเนื่องนาน 10 ปี โดยไม่ต้องลงทุนใหม่

การให้น้ำแปลงข่า

ในรอบหนึ่งเดือน ให้น้ำข่า 2 ครั้ง คือ วันที่ 1 และ 16 โดยตื่นตีห้าฉีดพ่นให้ปุ๋ยทางใบแก่ต้นข่า จากนั้นเปิดน้ำใส่ให้แปลงข่าชุ่มโชกจนถึงประมาณเที่ยงวันก็หยุด จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำหน้าดินค่อยๆ ซึมลงไปในแปลงข่าเอง พอวันที่ 16 ก็ทำเหมือนกันอีกรอบ หรือ สังเกตหน้าดิน หากยังชุ่มอยู่ไม่ต้องให้น้ำ หากหน้าดินแห้งก็ให้น้ำเพิ่มเติม

การให้ปุ๋ย

ข่าตาแดง แนะนำให้ใช้เฉพาะปุ๋ยขี้ไก่แกลบเท่านั้น และเสริมด้วยปุ๋ยเคมีเล็กน้อย ด้วยระยะเวลาการเติบโต 8 เดือน ในช่วงเดือนที่ 1-4 ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ช่วงเดือนที่ 5-7 ให้ใช้สูตร 0-0-60 ใส่โดยโรยรอบกอข่า ระยะห่าง 10 เซนติเมตร เพราะรากฝอยจะออกมาหาปุ๋ยกินเอง เพียงเท่านี้ เอาใจใส่ตามคำแนะนำ ก็สามารถปลูกข่าตาแดง ให้ได้ผลผลิตดี ตรงตามความต้องการแน่นอน

เทคนิคการผลิตข่าหัวใหญ่

การปลูกข่าในปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้วิธีการปลูกแบบพื้นบ้านหรือปล่อยให้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติกันอยู่มาก จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องรูปทรงไม่สวยงาม ขนาดเล็กและไม่เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ตลาดยังมีความต้องการข่าอยู่จำนวนมาก

เพื่อให้เกิดความเพียงพอต่อความต้องการของตลาด พื้นที่เพาะปลูกข่านั้นมีสภาพดินที่โปร่งและร่วนซุย สามารถอุ้มน้ำได้ตามธรรมชาติอย่างเหมาะสม และมีความอุดมสมบูรณ์พียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข่าจะทำให้ได้หัวข่าที่ใหญ่ และเป็นที่ต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี

วิธีการผลิตข่าให้มีขนาดใหญ่สมบูรณ์

– พื้นที่ที่จะเพาะปลูกลงลึกประมาณ 1 เมตร แล้วโปรยดินให้กระจายตัวออกจากกัน ทำอย่างนี้จนทั่วทั้งพื้นที่ที่จะเพาะปลูก เพื่อที่จะให้ดินนั้นมีความโปร่งและร่วนซุยมากขึ้น จากนั้นขุดหลุม กว้าง 10 ซ.ม. ยาว 10 ซ.ม. ลึก 10 ซ.ม. ระยะห่างระหว่างต้น 1×1 เมตร และรองก้นหลุมด้วย ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1-2 กำมือ ต่อ 1 ต้น จะทำให้การเจริญเติบโตของหัวข่าเร็ว เพราะว่าหัวข่าสามารถขยายแตกกอได้อย่างอิสระ จะให้ผลผลิตมาก น้ำหนักดี รูปทรงสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด ต่างจากการปลูกข่าแบบพื้นบ้าน ที่สภาพพื้นดินมีความหนาแน่นขาดการบำรุงและดินแข็ง ทำให้ข่าเจริญเติบโตช้าแตกกอได้ช้า
– ทำโดยการไถพรวนดินด้วยรถไถที่มีอยู่หนึ่งครั้ง แล้วไถซ้ำพื้นที่เพาะปลูกอีกครั้งก่อนปลูก เพื่อให้ดินมีความโปร่งและร่วนซุยมากขึ้น จากนั้นรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1-2 กำมือต่อ 1 ต้น โดยขุดหลุม กว้าง 10 ซ.ม. ยาว 10 ซ.ม. ลึก 10 ซ.ม. ระยะห่างระหว่างต้น 1×1 เมตร แล้วนำกล้าข่าลงปลูกก็ได้เช่นกัน

เคล็ดลับที่เกษตรกรควรรู้
ทุกครั้งที่เกษตรกรขุดข่าออกแล้ว ควรกลบหลุมข่าที่ขุดแล้วด้วยแกลบดำให้พูนเป็นหลังเต่าทั่วทั้งกอข่า จะช่วยให้ข่ามีสีสวย และทำให้ข่าขุดง่ายในคราวต่อๆ ไป

อ้างอิงข้อมูลจาก: รักบ้านเกิดดอดคอม

Facebook Comments